Blog

  • wordpress – Import ข้อความและรูปภาพจาก Microsoft word (docx) ด้วย Mammoth plugin

    wordpress – Import ข้อความและรูปภาพจาก Microsoft word (docx) ด้วย Mammoth plugin

    ผมเป็นคนที่ชอบเขียนบทความในไฟล์ Microsoft word ก่อน จากนั้นจึงเอามาใส่ใน wordpress อีกที แต่ก็มีปัญหาว่า การ copy and paste ทำให้ทำงานช้ามาก แถมยังเสียเวลากับการ import รูปภาพอีก

    ผมจึงได้ค้นหาใน google จนเจอ plugin ตัวหนึ่งชื่อว่า mammoth เป็น plugin ที่สุโค่ยมากๆ

    วันนี้จะมาแนะนำ plugin ตัวนี้กันครับ

    ขั้นตอน

    1 เราจะทำการติดตั้ง mammoth plugin กันก่อน โดยไปที่หน้าจอของ admin แล้วติดตั้ง plug in โดย search จนเจอ plug in ตามรูปด้านล่างแล้วทำการติดตั้งเลยนะครับ

    2 เมื่อติดตั้งเสร็จแล้วไปที่เขียนบทความใหม่ จะเห็นปุ่มเลือกไฟล์ด้านล่าง ให้ทำการเลือกไฟล์ word ของเราครับ

    3 กด insert into editor ได้เลย แล้วรอ

    4 จากนั้นข้อความและรูปภาพจาก word ก็จะไปปรากฎบน editor แล้วครับ ผมก็จะทำการแปลงเป็น block เสียก่อน แล้วหลังจากนั้น เราก็ทำการปรับแต่งได้ ตามสะดวกเลยครับ

    หลังจากใช้ mammoth plugin แล้วรู้สึก ชีวิตง่ายขึ้นมาก ก็ขอขอบคุณคนที่ทำมันขึ้นมาไว้ ณ ที่นี้ด้วยครับ และหวังว่าเพื่อนๆ คนทำเว็บ จะชอบมันด้วยเช่นกันครับ สำหรับตอนนี้ สวัสดีครับ

    ติดตามบทความเกี่ยวกับ wordpress ได้ที่นี่ครับhttps://mifasoft.com/tag/wordpress/

  • การสร้างอักษร 3D ใน blender

    เราสามารถสร้างตัวอักษร 3 มิติ ได้อย่างง่ายดายภายใน 1 นาที ในโปรแกรม blender วันนี้ เราจะมาทดลองทำตัวอักษร 3 มิติกันครับ

    เวลาสร้างตัวอักษร ใน blender โปรแกรมจะวางตัวอักษรตามแนว top view คือเหมือนวางตัวอักษร ราบกับพื้น

    ดังนั้น เราจะทำการพิมพ์ตัวอักษร โดยใช้ Top view ก่อน จากนั้นจะเปลี่ยนมุมกล้องไปที่ camera เพื่อดูในรูปแบบ 3 มิติครับ

    วิธีทำ

    1. กด เลข 7 ที่ Numpad เพื่อเปลี่ยนไป top view
    2. กด shift + A แล้วเลือก Add text จะมีคำว่า Text แสดงที่กลาง view

    3. กด 0 บน Numpad เพื่อไปที่ camera view จากนั้นคลิกเลือกตัว F แล้วเปลี่ยนค่าใน Geometry ก็จะได้ตัวอักษร 3 มิติแล้วครับ

  • cocoapods ตอนที่ 4 – การนำ Library มาใช้ใน Project

    จากตอนที่แล้ว ตอนที่ 3 การติดตั้ง Pod ใน Project เราได้ทำการสร้าง Podfile ใน project ในตอนนี้เราจะมาทำการแก้ไข Podfile แล้ว install library ต่างๆ

    ขั้นตอน

    1 ไปที่ web coccoapods.org เพื่อทำการค้นหา library ที่ต้องการใช้งาน เช่น ในบทนี้ผมต้องการทำโปรเจ็คเกี่ยวกับ Json ผมก็ทำการค้นหาและพบว่า SwiftyJSON เป็น library ที่นักพัฒนานิยมนำมาใช้

    ภาพที่ 1 SwiftyJSON ใน cocoapods.org
    ภาพที่ 1 SwiftyJSON ใน cocoapods.org

    2 จาก Podfile ที่เปิดทิ้งไว้ใน xcode จากตอนที่แล้ว เราทำการเพิ่ม คำสั่งว่าเราจะใช้ swiftyJSON โดยพิมพ์ pod ‘SwiftyJSON’

    pod 'SwiftyJSON'
    ภาพที่ 2 แก้ไข Podfile เพื่อเตรียมทำการ load SwiftyJSON
    ภาพที่ 2 แก้ไข Podfile เพื่อเตรียมทำการ load SwiftyJSON

    3 save แล้วปิด xcode จากนั้นไปที่ terminal ใน folder ของ project พิมพ์ pod install

    $pod install
    ภาพที่ 3 install library เข้ามาใน project
    ภาพที่ 3 install library เข้ามาใน project

    4 cocoapods จะทำการ download library ต่างๆ ที่เราระบุใน podfile มาให้โดยอัตโนมัติ

    ภาพที่ 4 install library เรียบร้อยแล้ว
    ภาพที่ 4 install library เรียบร้อยแล้ว

    5 กรณีที่ต้องการ update ก็ไปที่ terminal ใน folder project แล้วพิมพ์​ pod update ก็จะเป็นการ update library ต่างๆ ให้เป็น version ล่าสุดครับ

    ตอนนี้ก็จะเป็นตอนสุดท้ายของ cocoapods intallation แล้วนะครับ หวังว่าจะเป็นประโยชน์กับเพื่อนๆทุกคน แล้วพบกันใหม่ สวัสดีครับ

  • Cocoapods ตอนที่ 3 – ติดตั้ง pod ใน project

    ทุกโปรเจ็คที่จะใช้งาน library จาก cocoapods.org จะต้องติดตั้งตัว pod ลงใน project ก่อน โดยมีขั้นตอนดังต่อไปนี้ครับ

    ขั้นตอนการติดตั้ง Pod

    1. สร้าง Xcode project ก่อน จากนั้นให้ปิด project ปิด xcode โดยจากภาพผมสร้างโปรเจ็คชื่อ TestCocoapods ไว้ที่ desktop

    ภาพที่ 1 ทำการสร้าง xcode project ไว้บน desktop
    ภาพที่ 1 ทำการสร้าง xcode project ไว้บน desktop

    2. เปิด terminal แล้วไปยัง directory ของ project ใช้คำสั่ง ls เพื่อดูไฟล์ใน folder จะเห็นว่ามี 2 รายการอยู่ข้างใน

    $ cd desktop
    $ cd TestCocoaPods
    $ ls
    ภาพที่ 2 ใช้คำสั่ง ls จะเห็นไฟล์ xcode project กับ folder
    ภาพที่ 2 ใช้คำสั่ง ls จะเห็นไฟล์ xcode project กับ folder

    3. ติดตั้ง pod โดยพิมพ์ว่า pod init

    ภาพที่ 3 ใช้คำสั่ง pod init เพื่อติดตั้ง podfile ใน xcode project
    ภาพที่ 3 ใช้คำสั่ง pod init เพื่อติดตั้ง podfile ใน xcode project

    4. จะมีไฟล์ Podfile สร้างขึ้นใน folder ของโปรเจ็ค

    ภาพที่ 3 Podfile ถูกสร้างขึ้นใน folder ของ Project
    ภาพที่ 3 Podfile ถูกสร้างขึ้นใน folder ของ Project

    5. เข้าไปแก้ไขหรือดูรายละเอียด podfile โดยใช้ texteditor ของ xcode โดยพิมพ์ open -a Xcode Podfile

    $ open -a Xcode Podfile
    ภาพที่ 5 คำสั่งเปิด Podfile ใน xcode
    ภาพที่ 5 คำสั่งเปิด Podfile ใน xcode
    ภาพที่ 6 เปิด Podfile ใน xcode
    ภาพที่ 6 เปิด Podfile ใน xcode

    Podfile จะใช้ในการระบุ Library ที่เราจะใช้ในโปรเจ็คครับ ในตอนหน้าเราจะมาทำการแก้ไข podfile กันครับ

  • Cocoapods ตอนที่ 2 – การติดตั้ง cocoapods

    Cocoapods จะต้องถูกติดตั้งลงในเครื่องก่อน เพื่อใช้ดึง Library เข้ามาใช้ในโปรเจ็ค โดยการติดตั้งจะทำครั้งแรกครั้งเดียว

    ขั้นตอนในการติดตั้ง

    1. เปิด Terminal แล้วพิมพ์ sudo gem install cocoapods (เวลาพิมพ์ระวังพิมพ์ผิดนะครับ cocopod, coacopods, cocopods ตัว a จริงๆ ต้องเป็น cocoapods)

    sudo gem install cocoapods

    ภาพที่ 1 เปิด Terminal แล้วพิมพ์คำสั่งเพื่อติดตั้ง coacopods
    ภาพที่ 1 เปิด Terminal แล้วพิมพ์คำสั่งเพื่อติดตั้ง coacopods

    2. ระให้ระบบทำการ install จากนั้นระบบจะแสดงข้อความว่า install เรียบร้อยแล้ว

    ภาพที่ 2 cocoapods ถูกติดตั้งในเครื่อง

    3. Set up Pod โดยพิมพ์ pod setup –verbose

    pod setup –verbose

    ภาพที่ 3 set up pod
    ภาพที่ 3 set up pod

    จากนั้นรอให้ระบบทำการ setup จนเสร็จ อาจจะใช้เวลาบ้างแล้วแต่ความเร็วของอินเตอร์เน็ต เมื่อเสร็จแล้วโปรแกรม pod ก็พร้อมที่จะใช้งานในการดึง library เข้ามาในโปรเจ็คแล้วครับ

  • Cocoapods ตอนที่ 1 – แหล่งรวม Library สำหรับนักพัฒนา

    cocoapods.org เป็นเว็บที่รวม Library สำหรับ swift และ Objective C

    ใน Cocoapods จะมี Library ต่างๆ ซึ่งนักพัฒนาคนอื่นๆ ได้แชร์ไว้ เราสามารถนำมาใช้ในโปรเจ็คเราได้ ช่วยลดเวลาในการเขียนโค้ด และใช้ประโยชน์จากสิ่งที่คนอื่นเขียนไว้แล้ว และเรายังสามารถแบ่งปันให้คนอื่นใช้ร่วมกันด้วย ทำให้เกิดประโยชน์ต่อสังคมนักพัฒนาโปรแกรม

    ภาพที่ 1 เว็บ cocopods.org
    ภาพที่ 1 เว็บ cocopods.org

    การใช้งานเว็บ cocoapods ให้ไปที่ www.cocopods.org จะมีหน้าต่างค้นหาแสดงเป็นหน้าแรก เราสามารถทำการค้นหาโดยพิมพ์ข้อความในช่อง search

    ภาพที่ 2 การค้นหา Library ใน cocopods
    ภาพที่ 2 การค้นหา Library ใน cocoapods

    จากตัวอย่าง ผมต้องการ Library ที่สามารถแสดงภาพไอคอนว่าแอปกำลังโหลดอยู่ โดยวัตถุประสงค์เพื่อนำมาใช้ในโปรเจ็คขณะรอโหลดหน้าข้อมูล ผมก็ search คำว่า Progress

    เว็บก็จะแสดงรายการของ Library ที่นักพัฒนาคนอื่นๆได้แชร์ไว้ ผมก็ทำการคลิกดูแต่ละอันว่าตรงตามวัตถุประสงค์รึเปล่า

    ภาพที่ 3 ตัวอย่าง Library จะมีการแสดงข้อมูลและตัวอย่างหน้าจอ
    ภาพที่ 3 ตัวอย่าง Library ProgressHUD จะมีการแสดงข้อมูลและตัวอย่างหน้าจอ

    คลิกเลือกที่ ProgressHUD แล้วเข้าไปดูรายละเอียด ก็จะเห็นว่ามี Icon แบบที่ผมต้องการได้มีนักพัฒนาแชร์ไว้แล้ว ผมสามารถนำมาใช้โปรเจ็คได้เลย

    การนำมาใช้ในโปรเจ็คจะอาศัยเครื่องมือของ cocoapods ซึ่งผมจะอธิบายในตอนถัดไปครับ

  • ASP.NET CORE WEB API ตอนที่ 1 การสร้างโปรเจ็ค

    Asp.net core ได้เตรียม template สำหรับการสร้างโปรเจ็คไว้แล้ว สามารถสร้างแล้วลองรันดูได้เลย

    ขั้นตอน

    1.เลือก File > New project

    ภาพที่ 1 การสร้างโปรเจ็ค

    2. เลือก Asp.net core web application

    ภาพที่ 2 เลือก project web API

    3. เลือก Version เป็นล่าสดุ (ในขณะเที่เขียนเป็นเวอร์ชั่น 2.1) จากนั้น เลือก API และเอา check ที่ docker ออก

    ภาพที่ 3 เลือกเวอร์ชั่นล่าสุด แล้วเลือก API

    4. Visual studio จะทำการสร้าง Project ให้ โดยมี structure และไฟล์ที่จำเป็นต่างๆ ไว้ให้แล้ว

    ภาพที่ 4 โปรเจ็คถูกสร้างพร้อมด้วยไฟล์ต่างๆ ที่จำเป็น

    5. ทำการทดสอบ Run หน้าต่าง browser จะแสดงตัวอย่างข้อมูล

    ภาพที่ 5 browser แสดงข้อมูลตัวอย่าง
  • CLI package manager ติดตั้งโปรแกรมไม่ง้อ GUI

    การติดตั้งโปรแกรมโดยปกติจะทำผ่าน Graphic User interface คือ ดับเบิ้ลคลิก ไฟล์ที่ใช้ติดตั้ง แล้วก็ next next next ซึ่งการทำแบบนี้เหมาะกับการติดตั้งที่ไม่ได้สลับซับซ้อน

    แต่ถ้าต้องการติดตั้งที่ซับซ้อนขึ้นมีการทำ automate ต่างๆ แล้ว การใช้ command line จะสะดวกกว่า

    เครื่องมือฟรีในการติดตั้งผ่าน command line (หรือเรียกว่า CLI pakcage manageer) ที่นิยมได้แก่

    ค่าย Window – Chocolatey

    Chocolatey เป็น CLI package manager สำหรับ windows
    การลงโปรแกรมใช้คำสั่ง

    choco install ชื่อpackage

    สำหรับ package ที่สามารถ install ผ่าน chocolatey ได้ สามารถเข้าไปดูได้ในเว็บ chocolatey ในหน้า package ตัวอย่างเช่น โปรแกรม acrobat reader, flash และอีกมากมาย

    ภาพที่ 1 Chocolatey website

    ค่าย Mac – Homebrew

    สำหรับคนใช้ mac ก็มี Homebrew ที่ใช้ติดตั้ง package ต่างๆ ได้ เช่นเดียวกับ choco

    การติดตั้ง พิมพ์ว่า :

    brew install ชื่อpackage
  • Angular ตอนที่ 1 ติดตั้ง

    ขั้นตอน

    1. ไปที่ command prompt พิมพ์ npm install -g @angular/cli
    ภาพที่ 1 การติดตั้ง angular

    2. รอจนติดตั้งเสร็จ

    ภาพที่ 2 ระบบแจ้งว่าติดตั้ง angular เรียบร้อยแล้ว

    3. สร้าง project โดยไปยัง path ที่ต้องการสร้าง project จากนั้น พิมพ์ :

    ng new my-app

    4. ไปยัง folder ที่สร้าง project จากนั้นสั่ง run server โดยพิมพ์ :

    ng serve

    ภาพที่ 4 run server แล้วระบบจะบอก url ที่ใช้ทดสอบ server มาให้

    4.จากนั้นทดสอบ Run โดยไปที่ browser แล้วพิมพ์ url ตามที่ ระบบบอกใน comand prompt จากภาพตัวอย่าง พิมพ์คำว่า localhost:4200

    ภาพที่ 5 หลังจาก พิมพ์ localhost:4200 ใน browser จะแสดงหน้าแรกของ angular

    เสร็จขั้นตอนการติดตั้งและทดสอบสร้าง project

  • Unity3D ตอนที่ 9 เหตุการณ์การชนกันของวัตถุ (Collision)

    ภาพที่ 9-1 ติ๊กถูกที่ Is Trigger เพื่อให้วัตถุตอบสนองต่อเหตุการณ์การชน
    ภาพที่ 9-2 สร้าง script กำหนดการทำงานเมื่อเกิดเหตุการณ์การชน
    ภาพที่ 9-3 จัดระเบียบไฟล์ script
    ภาพที่ 9-4 Double click ไฟล์ script เพื่อทำการแก้ไข
    ภาพที่ 9-5 script ที่ระบบสร้างให้
    ภาพที่ 9-6 ลบ script ที่ระบบสร้างให้ออก แล้วแก้ไขดังภาพ จากนั้น Save file แล้วกลับไปที่ Unity3D
    ภาพที่ 9-7 กด Play เพื่อทดสอบ
    ภาพที่ 9-8 เมื่อบอลชนกล่องแล้วกล่องจะหายไป ตามที่เขียนไว้ใน script